ลองดูตารางสนามคุณย้อนหลังหนึ่งเดือน แล้วนับดูว่าชั่วโมงไหนเต็มบ้าง ถ้าคำตอบคือเต็มเฉพาะ 18:00 ถึง 21:00 วันธรรมดา และเต็มเกือบทั้งวันเสาร์อาทิตย์ แสดงว่าคุณกำลังขายสินค้าเดียวในราคาเดียว ทั้งที่มันมีมูลค่าไม่เท่ากันในแต่ละชั่วโมง
คอร์ทว่างคือสินค้าที่เน่าทุกชั่วโมง
คอร์ทไม่เหมือนลูกแบดหรือน้ำดื่มที่ขายวันนี้ไม่ได้ก็ขายพรุ่งนี้ได้ ชั่วโมง 14:00 ของวันอังคารที่ผ่านไปแล้ว คือรายได้ที่หายไปถาวร คุณไม่มีทางขายมันได้อีกเลย
เมื่อคิดแบบนี้ คำถามจะเปลี่ยนจาก ควรลดราคาไหม เป็น ยอมได้เท่าไหร่เพื่อไม่ให้ชั่วโมงนั้นว่างเปล่า
แบ่งวันเป็น 3 ช่วงก่อน อย่าเพิ่งซับซ้อน
โครงสร้างที่ใช้ได้ผลและไม่ทำให้ลูกค้าสับสน คือแบ่งวันธรรมดาเป็นสามช่วง แล้วให้วันหยุดใช้ราคาเดียวทั้งวัน
- ช่วงเช้าถึงบ่าย (เปิดสนาม ถึง 16:00) — ราคาต่ำสุด ตั้งไว้ที่ประมาณ 60–70% ของไพรม์ไทม์
- ช่วงหัวค่ำ (16:00 ถึง 18:00) — ราคากลาง ประมาณ 80% ของไพรม์ไทม์
- ไพรม์ไทม์ (18:00 ถึง ปิดสนาม) — ราคาเต็ม
- เสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ — ราคาเดียวเท่าไพรม์ไทม์ หรือสูงกว่าเล็กน้อย
ตัวอย่างสำหรับคอร์ทแบดที่คิดไพรม์ไทม์ 200 บาทต่อชั่วโมง จะได้เป็น กลางวัน 130 บาท หัวค่ำ 160 บาท ไพรม์ไทม์ 200 บาท และวันหยุด 200 บาททั้งวัน
อย่าตั้งราคากลางวันต่ำกว่า 50% ของไพรม์ไทม์ เพราะนอกจากจะกินกำไรแล้ว ยังส่งสัญญาณว่าสนามคุณราคาถูก ซึ่งดึงกลับขึ้นยากมากในภายหลัง
หากลุ่มลูกค้าที่ว่างกลางวันจริงๆ
การลดราคาอย่างเดียวไม่ได้ผล ถ้าไม่มีใครว่างมาเล่นตอนนั้น สิ่งที่ต้องทำคู่กันคือหากลุ่มที่ตารางชีวิตว่างช่วงกลางวัน
- ผู้สูงอายุและกลุ่มเกษียณ — ว่างเช้าและชอบเล่นก่อนอากาศร้อน
- นักศึกษา — ว่างเป็นช่วงระหว่างคาบ ตอบสนองต่อราคาสูงมาก
- พนักงานที่ทำงานเป็นกะหรือ work from home — ว่างบ่ายวันธรรมดา
- โค้ชและคลาสสอน — จองยาวและจองประจำ เหมาะกับชั่วโมงกลางวันที่สุด
- กลุ่มแม่บ้านช่วงหลังส่งลูกเข้าโรงเรียน คือ 09:00 ถึง 11:00
กลุ่มโค้ชคุ้มที่สุด เพราะหนึ่งดีลอาจได้คอร์ทเต็มสองชั่วโมงต่อสัปดาห์ตลอดทั้งปี ลองเสนอราคาเหมารายเดือนสำหรับชั่วโมงกลางวันให้โค้ชในพื้นที่ดู
ขายชั่วโมงล่วงหน้าเป็นแพ็กเกจ
อีกวิธีที่ทำให้กลางวันเต็มโดยไม่ต้องประกาศลดราคา คือขายแพ็กเกจชั่วโมงที่ใช้ได้เฉพาะช่วงกลางวัน เช่น ซื้อ 10 ชั่วโมงในราคา 8 ชั่วโมง แต่ใช้ได้ก่อน 16:00 เท่านั้น
วิธีนี้ได้เงินสดเข้ามาก่อน ผูกลูกค้าไว้กับสนามคุณ และไม่กระทบราคาไพรม์ไทม์ที่ขายได้เต็มอยู่แล้ว
อย่าเดา ให้ดูตัวเลขจริง
ทุกอย่างข้างต้นจะได้ผลก็ต่อเมื่อคุณรู้ว่าตอนนี้อัตราการใช้คอร์ทรายชั่วโมงเป็นเท่าไหร่จริงๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สมุดจดบอกไม่ได้
ระบบจองที่บันทึกทุกการจองไว้จะบอกได้ทันทีว่าชั่วโมงไหนขายได้กี่เปอร์เซ็นต์ คอร์ทไหนถูกเลือกก่อนเสมอ และลูกค้ากลุ่มไหนกลับมาบ่อยที่สุด จากนั้นคุณค่อยปรับราคาจากตัวเลข ไม่ใช่จากความรู้สึก
วิธีวัดง่ายๆ คือดูอัตราการใช้คอร์ทเฉลี่ยทั้งสัปดาห์ สนามแบดที่บริหารดีมักอยู่ที่ 45 ถึง 60% ถ้าคุณต่ำกว่า 35% แปลว่ามีชั่วโมงว่างจำนวนมากที่ยังไม่มีใครพยายามขาย
CourtThai ตั้งกฎราคาแยกตามช่วงเวลาและวันได้ในหน้าเดียว พร้อมแดชบอร์ดอัตราการใช้คอร์ทรายชั่วโมง ทดลองฟรี 1 เดือน
ดูแดชบอร์ดตัวอย่าง →