เจ้าของสนามเกือบทุกคนเริ่มจากของฟรี ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกในช่วงแรก คำถามคือจุดไหนที่ของฟรีเริ่มแพงกว่าการจ่ายเงิน
ลองเทียบทีละหัวข้อจากมุมของสิ่งที่กระทบรายได้จริง ไม่ใช่จากรายการฟีเจอร์
1. ลูกค้ารู้ไหมว่าคอร์ทว่างจริง
Google Form ไม่รู้ว่าคอร์ทว่างหรือไม่ มันแค่รับข้อความจากลูกค้า ลูกค้าสองคนกรอกเวลาเดียวกันได้ทั้งคู่ และคุณต้องเป็นคนบอกคนที่สองว่าเต็มแล้ว
Excel ที่แชร์กันในทีมรู้ แต่ลูกค้าไม่เห็น ส่วนระบบจองจริงแสดงตารางที่ว่างจริงให้ลูกค้าเห็นก่อนกด และล็อกสล็อตทันทีที่เลือก
ผลต่างที่จับต้องได้คือจำนวนครั้งที่คุณต้องพิมพ์คำว่า ขอโทษครับ ช่วงนั้นเต็มแล้ว ซึ่งเป็นข้อความที่ทำให้ลูกค้าใหม่ไม่กลับมาเป็นอันดับต้นๆ
2. ใครเป็นคนคิดเงิน
กับ Form และ Excel คนคิดเงินคือคุณ ทุกครั้ง รวมถึงกรณีที่ยากอย่างจองคร่อมช่วงราคา จองสองคอร์ทพร้อมกัน หรือมีส่วนลดลูกค้าประจำ
ระบบจองคิดจากกฎราคาที่ตั้งไว้ล่วงหน้า จึงได้ยอดเดิมทุกครั้งไม่ว่าใครเป็นคนรับจอง และไม่มีเคสที่พนักงานใหม่คิดราคาผิดจนต้องมาตามเก็บทีหลัง
3. เงินเข้าเมื่อไหร่
แนวทางฟรีเกือบทั้งหมดจบที่ ลูกค้าโอนมาแล้วส่งสลิปในแชท ซึ่งแปลว่ามีคนต้องเปิดดูสลิปทุกใบ เทียบยอด เทียบเวลา และเทียบชื่อบัญชีผู้รับ
ระบบจองออก QR PromptPay ตามยอดของการจองนั้นโดยตรง และตรวจสลิปกับบัญชีผู้รับให้อัตโนมัติ สลิปปลอมและสลิปซ้ำจึงถูกปฏิเสธตั้งแต่ต้นทาง
4. ลูกค้าจองตอนตีสองได้ไหม
ข้อนี้คือข้อที่คนประเมินค่าต่ำที่สุด สนามที่เปลี่ยนมาใช้ระบบจองมักพบว่ามีการจองเกิดขึ้นนอกเวลาทำการเป็นสัดส่วนสูง ซึ่งเป็นรายได้ที่เมื่อก่อนหายไปเงียบๆ เพราะไม่มีใครตอบแชทตอนนั้น
5. ข้อมูลย้อนหลังใช้ทำอะไรได้บ้าง
Excel เก็บข้อมูลได้ แต่แทบไม่มีใครเอามาวิเคราะห์จริง เพราะต้องมานั่งทำตารางสรุปเอง ส่วน Google Form ให้ข้อมูลดิบที่ยังไม่ผูกกับตารางคอร์ท
- อัตราการใช้คอร์ทรายชั่วโมง เพื่อรู้ว่าควรลดราคาช่วงไหน
- รายได้ต่อคอร์ทต่อวัน เพื่อรู้ว่าคอร์ทไหนคุ้มค่าลงทุนปรับปรุง
- ลูกค้าที่กลับมาบ่อย เพื่อทำแพ็กเกจให้ตรงกลุ่ม
- อัตราการยกเลิกและไม่มาตามนัด
6. ถ้าคุณไม่อยู่ สนามยังรับจองได้ไหม
นี่เป็นคำถามที่ตอบยากที่สุดสำหรับสนามที่ใช้วิธีฟรี เพราะทุกอย่างผูกกับคนที่รู้เรื่องมากที่สุดคนเดียว ถ้าคนนั้นป่วย ลาพักร้อน หรือลาออก การรับจองจะสะดุดทันที
ระบบจองทำให้สนามรับจองได้ต่อเนื่องโดยไม่ขึ้นกับใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเงื่อนไขจำเป็นถ้าคุณคิดจะเปิดสาขาที่สอง
7. ต้นทุนจริงคือเท่าไหร่
ลองคำนวณแบบตรงไปตรงมา ถ้าคุณหรือพนักงานใช้เวลาวันละ 1 ชั่วโมงไปกับการตอบแชทจองและตรวจสลิป นั่นคือประมาณ 30 ชั่วโมงต่อเดือน
ตีเป็นค่าแรงขั้นต่ำก็หลายพันบาทต่อเดือนแล้ว ยังไม่รวมรายได้ที่หายไปจากการตอบไม่ทันช่วงไพรม์ไทม์ และจากคอร์ทที่ถูกจองไว้แล้วไม่มีคนมา
เกณฑ์ง่ายๆ คือ ถ้าสนามคุณมีตั้งแต่ 3 คอร์ทขึ้นไป และมีลูกค้าทัก LINE มาจองเป็นประจำ ต้นทุนของวิธีฟรีจะแซงค่าระบบไปแล้ว เพียงแต่มันไม่ได้ออกมาเป็นบิลให้เห็น
แล้วเมื่อไหร่ที่ของฟรียังพอ
ถ้าสนามคุณมี 1 ถึง 2 คอร์ท ลูกค้าเดินเข้ามาหน้าสนามเป็นหลัก และแทบไม่มีใครจองล่วงหน้า สมุดจดหรือ Excel ก็ยังพอ อย่าเพิ่งจ่ายเงินให้กับปัญหาที่ยังไม่มี
แต่ถ้าคุณเริ่มตอบแชทไม่ทัน เริ่มมีเคสจองซ้อน หรือเริ่มไม่แน่ใจว่าเดือนนี้รายได้เท่าไหร่กันแน่ นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาแล้ว
อยากรู้ว่าระบบจองจะช่วยสนามคุณได้แค่ไหน ทักมาเล่าให้ฟังได้ เราตั้งระบบให้ดูก่อนภายใน 24 ชั่วโมง และทดลองฟรี 1 เดือน
คุยกับเราก่อน →